วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปัญหาขอบตาดำ....แก้ไขยังไงดี

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ เป็นประโยคที่ได้ยินเป็นประจำ การที่เราจะมองใครคนหนึ่งว่าสวยหรือไม่ ตาก็เป็นจุดที่สำคัญจุดหนึ่ง ถ้าใครมีดวงตาที่ผ่องใส ผิวหนังรอบตาไม่มีมลทิน ก็ทำให้หน้าดูสวยไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าใครมีปัญหาขอบตาคล้ำ ก็ทำให้ใบหน้าดูหมอง ไม่สดใส ความสวยงามก็ลดลงไปแล้ว
ดังนั้น การรักษาผิวรอบดวงตาที่หมองคล้ำทำให้กลับมาสดใสจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ปัญหาใต้ตาคล้ำ เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยๆ ในคนไทย ก่อนจะมาถึงการรักษา ควรจะต้องทราบถึงสาเหตุเสียก่อน เพื่อให้การรักษาได้ผลดีขึ้น และเป็นการป้องกันไม่ให้รอยดำเป็นมากขึ้น
 

สาเหตุของขอบตาดำ
ขอบตาดำ มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ บางคนมีสาเหตุจากหลายๆ สาเหตุ
- กรรมพันธุ์ ถ้าคนไทยมีขอบตาดำ แล้วลองหันไปมองญาติพี่น้อง พ่อแม่ของคุณดูว่าเป็นแบบเดียวกับที่คุณเป็นหรือไม่ ถ้าเป็นละก็ การรักษาและป้องกันอาจจะยาก
- ภูมิแพ้ คนที่เป็นภูมิแพ้ จะพบว่าเส้นเลือดดำที่อยู่รอบตาจะขยายใหญ่มากกว่าคนทั่วไป และเส้นเลือดดำเหล่านี้นี่เองที่เป็นสาเหตุให้ขอบตาของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ ดูคล้ำกว่าคนทั่วไป
- การระคายเคืองแถวๆ รอบตา เช่น การขยี้ตาบ่อยๆ เพราะการขยี้ตาจะกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้เพิ่มจำนวนขึ้นบริเวณนั้น
- แพ้ครีมทารอบดวงตา บางคนอาจแพ้สารบางอย่างในครีม ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า ใครจะแพ้สารตัวใด ใครบ้างที่จะเป็น ถ้ารู้ว่าแพ้คงต้องหยุดการทาครีมดังกล่าว ถ้าไม่ทราบอาจต้องพึ่งการทดสอบว่าแพ้สารที่ต้องสงสัยหรือไม่
- อดนอน สาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในสภาพสังคมปัจจุบัน ใครที่รู้ตัวว่าอดนอนบ่อยๆ หรือนอนดึก ก็ขอให้นอนเร็วขึ้น เพื่อที่ขอบตาจะได้ดูสดใสกว่าเดิม
- เป็นปานโอตะ ปานโอตะคือ เซลล์เม็ดสีที่อยู่ในชั้นหนังแท้ พบในบางคนที่มีความผิดปกติที่เซลล์สร้างเม็ดสีอยู่ผิดที่ ซึ่งมักพบบริเวณรอบๆ ตา โดยมากมักจะเป็นข้างเดียว แต่มีบางคนอาจเป็นได้ทั้ง 2 ข้าง ทำให้ขอบตาดูเขียวคล้ำ
การรักษาขอบตาดำ
ถ้าไม่ใจร้อน รักษาแบบได้ผลช้าๆ ก็ใช้เป็นยาทาใต้ตาที่มีส่วนผสมของ Whitening เช่น วิตามินซี แต่ถ้าต้องการให้เห็นผลดีมากขึ้น และได้ผลเร็วๆ การรักษาด้วยเลเซอร์ หรือเครื่องแสงเข้มข้น เป็นวิธีที่ได้ผลดี เลเซอร์ที่ใช้รักษาขอบตาดำได้ ที่นิยมมากที่สุดคือ Nd-yag laser
นอกจากนี้เลเซอร์ตัวนี้ยังสามารถรักษาภาวะปานโอตะได้ด้วย หลังยิงเลเซอร์ ผิวบริเวณนั้นจะเป็นสะเก็ด และสะเก็ดจะหลุดออกภายใน 1-2 อาทิตย์ และผิวของตาที่คล้ำก็จะดูขาวขึ้น เครื่องแสงเข้มข้น คล้ายกับเลเซอร์ แต่ต่างกันที่หลังจากยิงเสร็จแล้วจะไม่เป็นแผล แต่อาจจะเป็นสะเก็ดฝอยๆ เล็กน้อย แต่เครื่องนี้ไม่สามารถรักษาภาวะปานโอตะได้
ขอบตาดำเป็นเรื่องที่ต้องรักษากันนาน และถ้าไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ดี นอนหลับไม่เพียงพอ ไม่ช้าขอบตาก็กลับมาดำได้อีก ดังนั้น การดูแลเอาใจใส่รอบดวงตาเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเริ่มเป็นจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
ขอบคุณ  :  http://women.sanook.com/ปัญหาขอบตาดำ....แก้ไขยังไงดี-924469.html

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บทความ กลอนเตือนใจสำหรับวัยรุ่นนักศึกษา ผู้ใฝ่หาความรู้

บทความ กลอนเตือนใจสำหรับวัยรุ่นนักศึกษา ผู้ใฝ่หาความรู้
สวัสดีตอนดึกๆ ครับเพื่อนๆ  พอดีตอนี้ผู้เขียนยังทำงานไม่เสร็จ เลยลองเปิดอ่านเว็บดูเรื่อยๆ เลยไปเจอบทความหนึ่งครับ ที่ผู้เขียนอ่านแล้วทำให้คิดถึงตัวเองในตอนนี้และก็คิดถึงพ่อแม่ที่อยู่ทางบ้าน  เป็นบทความเตือนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในเวลาที่อยู่ห่างไกลจากพ่อแม่  ซึ่งอ่านแล้วเป็นสิ่งที่ทำให้คิดขึ้นมาทันทีเลยว่า ในตอนนี้เรามาทำอะไร  เรากำลังทำอะไรอยู่  เป็นข้อคิดที่ดีและทำให้ได้คิดเกี่ยวกับชีวิตนักศึกษาในตอนนี้

http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/138/pic-intania/poet.jpg

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สุขภาพวัยรุ่น - ข้าวโพดสุกต้านมะเร็งได้



สุขภาพวัยรุ่น - ข้าวโพดสุกต้านมะเร็งได้


ผลงานวิจัยในวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกา ตีพิมพ์ผลงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐอเมริกาว่า ข้าวโพดหวานที่ต้มสุกแล้ว จะมีฤทธิ์ในการล้างพิษภายในร่างกายได้สูงกว่าปกติ

ในข้าวโพดหวานตามธรรมชาติ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) อยู่ และมีตัวที่สำคัญคือ กรดเฟรุลิก (Felrulic Acid) จึงถูกใช้สำหรับต่อต้านการแก่ (aging) ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง โรคหัวใจ ไข้หวัด รักษาสุขภาพของกล้ามเนื้อ ต่อต้านผลกระทบจากรังสีอัลตราไวโอเลต (จึงป้องกันมะเร็งผิวหนังได้)



 



จากผลการวิจัยพบว่า การต้มข้าวโพดที่ 115 องศาเซลเซียส มีผลดังนี้ เวลาที่ใช้ในการต้ม        ปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระ        ปริมาณของกรดเฟรุลิก
10 นาที        เพิ่มขึ้น 22%        เพิ่มขึ้น 240%
25 นาที        เพิ่มขึ้น 44%        เพิ่มขึ้น 550%
50 นาที        เพิ่มขึ้น 53%        เพิ่มขึ้น 900%


ทำให้สรุปได้ว่า ข้าวโพดหวานที่ผ่านการต้มหรือปิ้ง

มีปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระ และกรดเฟรุลิก
ซึ่งมีประโยชน์สำหรับร่างกายเพิ่มมากขึ้น
เมื่อถูกความร้อนสูงขึ้นหรือเป็นเวลานานขึ้น
แต่จะสูญเสียวิตามินบางตัว เช่น วิตามินซี ไปบ้าง
อย่างไรก็ตามข้าวโพดก็ไม่ใช่แหล่งที่ดีสำหรับ
วิตามินซีอยู่แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

"เมจิ" เข้าชมรมกินเด็ก เสน่ห์แรงคบหนุ่มซ้อน

"เมจิ" ดี๊ด๊ากำลังอินเลิฟหนุ่มอายุน้อยกว่า 5 ปี เผยเพิ่งคบ 3 เดือน ประทับใจฝ่ายชายเทคแคร์ทั้งตัวเองและเพื่อนดี ไม่ปิดบังคบหนุ่มซ้อนพร้อมกันสองคน อีกฝ่ายรับรู้แต่ยังยันขอคุยไปเรื่อยๆ แย้มคนรอบข้างเชียร์หนุ่มน้อย เพราะไม่เจ้าชู้ เจ้าตัวขอเวลาพิสูจน์ความมั่นคงก่อนเรียกแฟน
       ก่อนหน้านี้เพิ่งออกมาโอดครวญหมาดๆ ว่า ภาพปาปารัซซี่เดินกับเพื่อนพ่นพิษ ทำให้แฟนหนุ่มรุ่นใหญ่เข้าใจผิดเอ่ยปากขอเลิก แต่ผ่านไปไม่นานหัวใจของนางร้ายคนสวย "เมจิ พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์" ก็กลับมาแช่มชื่นดี๊ด๊าอีกครั้ง แถมเจ้าตัวยังปรับลุคให้ดูสวยใสเด็กขึ้นเป็นกอง เนื่องจากกำลังอินเลิฟกับเด็กรุ่นน้องอายุน้อยกว่า 5 ปี ซึ่งนางร้ายสาวบอกว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเปิดเนิร์สเซอรี่รักเด็ก เพราะสเปคที่ผ่านมาจะชอบผู้ใหญ่กว่า
       "(หัวเราะ) ก็มีบ้างที่จะต้องให้ดูเด็กตลอดเวลา เพราะคนที่คุยอยู่ก็เป็นเด็ก แต่ยังไม่ได้ลงหลักปักฐานว่าจะใช่ไหม แต่ก็ได้คุยกันมาพอสมควรแล้ว และได้บอกกันไปแล้วว่า ถ้าเกิดในวันข้างหน้ายังอยู่ด้วยกัน หรือยังเพ่งเล็งยังคุยกันอยู่ เราก็จะพิจารณาว่าโอเคอาจจะเลื่อนขั้นเป็นแฟน (หัวเราะ)"
       "เขาเด็กกว่าเม 5 ปีเป็นคนนอกวงการ ตอนแรกจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเนิร์สเซอรี่ หรือกินเด็กเลยนะ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาคบเด็ก ไม่เคยคิดอยู่ในเซลล์สมองเลย แต่ด้วยความที่เราจะไปกับเพื่อน แล้วเขาจะคอยเป็นห่วงบ่อยๆ คือเราก็ยังไม่เอะใจนะ ทำไมจะต้องเป็นห่วงด้วย จนตอนหลังสุดไปงานปาร์ตี้ที่พัทยา ออน เดอะบีช ซึ่งครั้งนั้นมีดาราไปหลายคน เซเลบก็เยอะด้วย"
       "และความที่บีบีของเราหาย แล้วเราก็เดินไปมาเพื่อถามเพื่อนอยู่ตลอด ก็เลยฝากเพื่อนของเราไว้กับผู้ชายคนนี้ บอกเดี๋ยวมาจะไปโต๊ะเพื่อนอีกคนหน่อย เขาก็ดูแลตลอด ให้ดื่มน้ำไม่อยากให้ทานแอลกอฮอลล์ พยายามเทคแคร์ดูแลดี ไม่เทคแคร์เราคนเดียว แต่เทคแคร์เพื่อนเราด้วย เลยทำให้เราประทับใจ"
เผยอย่างตรงไปตรงมา คบหนุ่ม 2 คนซ้อนกันในเวลาเดียว ซึ่งคนรอบข้างเชียร์ให้คบเด็กมากกว่า เพราะเป็นคนไม่เจ้าชู้

       "กับคนนี้ศึกษานิสัยใจคอกันมาประมาณ 3 เดือนแล้ว เวลาไปไหนมาไหนก็จะไปกับคนนี้ แต่ถ้ามีรูปเมกับหนุ่มออกมา อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเขานะ (หัวเราะ) คือเขาถามเมอยู่คำหนึ่งว่า เมมีคนอื่นไหม ซึ่งเมก็ตอบตรงมากว่า ยังมีคุยอยู่อีก แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาขอเป็นคนหนึ่งที่คุยกับเม เพราะเขาก็ยังไม่คิดว่า เมจะต้องมีเขาคนเดียว มันยังไม่ถึงขั้นนั้น เขาเลยให้โอกาสเมที่จะคุยกับคนอื่น เขาเข้าใจ เขาเคยพูดกับเมว่า....พี่เมน่าจะมีโอกาสได้เลือกคนที่ดีที่สุด ซึ่งอาจไม่ใช่เขาก็ได้ เพียงแต่ตอนนี้ถ้าเขามีโอกาสได้พูดกับเม เขาก็จะใช้เวลานี้ให้นานที่สุด"
       "อีกคนหนึ่งเมคุยกับเขามาเป็นปีแล้ว แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง คือเมจะทำงานที่บริษัทด้วย พอว่างปุ๊บก็จะไปต่างจังหวัดกับต่างประเทศ ซึ่งถ้าผู้ชายไม่เข้าใจ มันก็จะไม่รู้เรื่อง อ้าว...มันหายไปไหนอีกแล้ว เพราะเมค่อนข้างที่จะบินบ่อยมากถึงมากที่สุด เหมือนเราไปเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับตัวเองด้วยหนึ่ง แล้วสองคืออาจจะไปดูเรื่องของธุรกิจ เลยต้องพยายามบิน เราก็ไม่รู้ว่าจะไปเจอกับอะไร ถ้าเกิดเราได้เจอคนเยอะ ก็ได้เจอกับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต เมคิดว่ามันเป็นโอกาสของเราว่าจะได้ทำหรือเปล่า ซึ่งถ้าคนที่ไม่เข้าใจก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะวันว่างเมไม่ได้อยู่กับใครเลย"
       "แต่กับคนที่เป็นรุ่นน้อง เราก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะใช่หรือเปล่า เราก็เริ่มคุยกันแล้วว่า ตอนนี้งานเมเยอะ วันหยุดเมคงจะน้อยลง คงไม่ค่อยได้เจอกัน แต่อาจจะมีบีบีหาคุยกันบางครั้ง คิดว่าถ้าเราเข้าใจกัน มันก็สามารถทำให้เรายังคงต่อไปได้ แต่คนอื่นจะเชียร์บอกว่าคนนี้ไม่เจ้าชู้ แต่ก็จะมีแบบว่าโอ๊ย...เด็กมากเลย จะไปรอดเหรอ"
       "เราก็ไม่รู้เพราะไม่มีสโลแกนคบเด็ก จนวันหนึ่งได้เจอกันคุยกัน หรือไปไหนมาไหนปุ๊บ มันก็เริ่มเป็นเพื่อนสนิทมั้ง รู้ไหมวันว่างไปทำอะไรกัน เขาจะต้องพาเมไปกินไอศครีม เพราะเมชอบไอศครีมโยเกิร์ต แล้วไอ้เด็กคนนี้เป็นคนกิน (หัวเราะ) เรื่องเปิดตัวคือเขาไม่ชอบไปไหนที่มีคนเยอะ และคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย เพื่อดูว่าเขามั่นคงได้แค่ไหน"

ขอบคุณ : http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9530000071133

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553

เหตุผลที่..."หญิงรักหญิง”

       


“เหตุผลที่...หญิงรักหญิง” เป็นบทความสะท้อนสังคมจากฝีไม้ลายมือของสาวน้อย “พิชญา ขันตยาภรณ์” นักศึกษาภาควิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ รั้วมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้ขีดเขียนคอลัมภ์ “Pink” ลงในนิตยสาร "บ้านกล้วย" ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ฉบับที่ 3 เล่มที่ 32 เธอได้หยิบยกเอาตัวอย่าง คำพูดของบุคคลเพศที่ 3 มาเป็นเรื่องราวความเป็นมาของบทความเรื่องนี้ เราลองมาดูกันดีกว่า บทความนี้ จะถูกใจใคร(สักคน)กันบ้าง

       **

       ความรักนั้นมีมากมายหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป อาจเป็นเพราะความรักไม่มีกฏเกณฑ์ที่จำกัดความรู้สึกของแต่ละคนได้ จะมีก็แต่เพียงการตีกรอบที่สังคมสร้างขึ้นเสียมากกว่าว่า ความรักนั้นต้องเกิดขึ้นในรูปแบบใด และกับเพศใดถึงเหมาะสม

       “หญิงรักหญิง” หรือกลุ่มเลสเบี้ยน ทอม ดี้ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มความรักที่ถูกมองว่า ผิดธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันอาจมีอีกแง่มุมหนึ่งที่มองความรักของคนกลุ่มนี้ว่า มีความละเอียดอ่อนและงดงามมาก แต่ความรักของพวกเธอนั้นคงต้องใช้ความเข้าใจเพื่อมองสิ่งที่พวกเธอเป็น

       ความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงนั้น มักมีคนพูดเสมอว่า เกิดจากการรับค่านิยมจากต่างประเทศ แต่แท้จริงแล้ว ความรักแบบนั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งสมัยก่อนเรียกว่า “อัญจารี” เป็นกลุ่มรวมชาวหญิงรักหญิง ที่จะปรากฏให้เห็นจากบทกลอนของสุนทรภู่ ในนิราศพระประธมแสดงให้เห็นว่า สุนทรภู่นั้นได้กล่าวถึงเรื่องราวความรักของหญิงรักหญิงเอาไว้ ดังนั้นจึงใคร่ขอยกมาเป็นตัวอย่างตอนหนึ่ง“ที่ปลูกรักจักได้ชื่นทุกคืนค่ำ ก็เตี้ยต่ำตายฝอยกร๋องกร๋อยโกร๋น ที่ชื่นเชยเคยรักเหมือนหลักประโคน ก็หักโค่นขาดสูญประยูรวงศ์ ยังเหลือแต่แม่ศรีสาครอยู่ ไปสิงสู่เสน่หานางสาหงส์ จะเชิญเจ้าเท่าไร่ก็ไม่ลง ให้คนทรงเสียใจมิได้เชย”

       จากตอนหนึ่งของนิราศแสดงให้เห็นว่า แม่ศรีสาครนั้นรักอยู่กับนางสาหงส์ คำว่า “สิงสู่” ในที่นี้แสดงให้เห็นความรักที่แม่ศรีสาครมีต่อนางสาหงส์ ถึงขั้นหลงใหลอย่างไม่ยอมจากลา หรือไม่ยอมแม้จะอยู่ห่างไกลกัน
       ดังนั้นความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง อาจจะไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่รับมาจากตะวันตก แต่มีอยู่ก่อนหน้าแล้วในประวัติศาสตร์ไทยก็เป็นได้ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า หญิงรักหญิง หรือเลสเบี้ยน ทอม ดี้ แตกต่างกันอย่างไร “เลสเบี้ยน” เป็นคำเรียกของผู้หญิงที่ชอบผู้หญิงด้วยกัน หรือหญิงรักหญิงนั้นเอง ส่วน “ทอม” มาจากภาษาอังกฤษว่า “Tomboy” เป็นผู้หญิงที่ทำตัวเหมือนชาย และ “ดี้” มาจากภาษาอังกฤษว่า “Lady” เป็นผู้หญิงที่ชอบทอม โดยทั่วไปจะคบและคลั่งไคล้สาวหล่อหรือทอมนั้นเอง

       ความรักของผู้หญิงที่รักหญิงด้วยกัน มีความละเอียดละอ่อนเป็นอย่างมาก เพราะต้องคอยดูแลเอาใจใส่เป็นห่วงเสมอ เป็นทุกอย่างของกันและกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง รวมถึงคนรู้ใจ ทำได้แม้ที่ต้องเสียสละเพื่อความรัก

       “กิ๋ว” หญิงสาวที่อยู่ในกลุ่มหญิงรักหญิงหรือเลสเบี้ยน เล่าให้ฟังว่า นิยามความรักของเธอคือ "การเข้าใจและห่วงใยซึ่งกันและกัน" โดยให้เหตุผลว่า สาเหตุหนึ่งที่เธอหันมาชอบผู้หญิงด้วยกันเป็นเพราะความเข้าใจในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน การเลือกซื้อของ รวมถึงเรื่องสุขภาพที่ผู้ชายหลายคนอาจไม่เข้าใจ อีกทั้งความห่วงใยที่ผู้หญิงมีให้กันแล้ว อาจมีให้กันมากกว่าที่ผู้ชายจะมีให้ และผู้หญิงยังมีความสุภาพอ่อนหวานกว่า
 ส่วน “แต๊งค์กิ้ว” ได้ถ่ายทอดความรู้สึกและเหตุผลถึงการเป็นทอมว่า เขามีท่าทางและรู้สึกว่า ตนเองเป็นผู้ชายตั้งแต่จำความได้ ไม่ได้เป็นตามกระแสหรือแฟชั่นแต่อย่างใด เขาเกิดมาเห็นเด็กผู้หญิงด้วยกันแล้วรู้สึกชอบ โดยที่ตัวเองไม่รู้ว่าทำไม อาจเป็นเพราะผู้หญิงมีความสะอาด น่ารัก เรียบร้อย เอาใจเก่ง ช่างพูด ช่างแต่งตัว และที่สำคัญคือ "ความเข้าใจที่ ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย" ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกว่า ผู้หญิงที่มาคบนั้นต้องเสียสละ เพราะคนอื่นในสังคมอาจมองไม่ดี แต่ยังอยู่โดยไม่อายใคร จึงได้ให้นิยามความรักของตัวเองว่า “ความรักไม่มีเส้นขีดว่า อะไรเหมาะสมและอะไรไม่เหมาะสม แต่ความรู้สึกของคนเราต่างหากที่บอกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ตนเองนั้นต้องการ จริงๆ”
       

       สำหรับ “เจน” เธอยอม รับว่าเป็นดี้ หรือหญิงที่ชอบทอม เจนเล่าว่า เธอเคยเป็นผู้หญิงมาก่อน แต่เพราะทนความเจ้าอารมณ์ของผู้ชายไม่ไหว รวมถึงความเข้าใจ เลยหันมาลองคบกับทอม ปรากฏว่า ทอมดูแลเอาใจใส่ให้ความเข้าใจเป็นอย่างดี และมีความเสมอต้นเสมอปลาย อีกทั้งทอมเอาใจเก่ง "ทำให้มีความสุข ไม่ว่าจะทุกข์เพียงใดก็ทำให้ยิ้มได้ตลอด"
       

       ตัวผู้เขียนเองได้เห็นความรักของทอมดี้คู่หนึ่งที่รักกันมาก แต่ต้องเลิกรากันไป ทั้งที่ยังรักกัน เพราะด้วยเหตุผลที่ว่า ดี้ต้องไปแต่งงานตามที่พ่อแม่ขอร้อง เพราะไม่อยากให้สังคมมองลูกของตนว่าเป็นพวกรักเพศเดียวกัน ฝ่ายทอมได้พูดกับพ่อแม่ฝ่ายดี้ว่า “ความรักของคนที่เป็นทอมเองก็ต้องเสียสละด้วยกันทั้งนั้น เพราะตัวเองรู้ดีและเข้าใจดีว่า โลกนี้สร้างผู้หญิงให้เกิดมาคู่กับผู้ชาย มันเป็นธรรมชาติ" เพราะฉะนั้น ตนเข้าใจดีและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด และยังช่วยเลี้ยงดูลูกให้กับดี้คนนั้นด้วย

       ไม่ว่าในโลกนี้จะมีความรักกี่แบบก็ตาม ความรักของผู้หญิงกับผู้หญิงก็คงสวยงามไม่น้อยไปกว่าความรักแบบใดในโลก อาจจะกล่าวได้ว่า ความรักของผู้หญิง ต้องการแค่ความเข้าใจ ความห่วงใย ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันมากกว่า การจับจองเอามาเป็นเจ้าของ หรือรักตามกระแสแฟชั่น

       ความรักเป็นสิ่งที่ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด และความรักไม่มีกฏเกณฑ์ใดมาตัดสิน ไม่ว่าจเป็นอายุฐานะ รูปลักษณ์ หรือแม้กระทั่งเพศก็ตาม สิ่งที่จะตัดสินความรักว่าถูกหรือผิดนั้น กลายเป็นเรื่องตามแต่ใจของเราแต่ละคนนั้นจะเป็นตัวที่ตัดสินคำว่า “รัก”

ขอบคุณ http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000053713 
 

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

UPDATE! แบบทรงผมวัยรุ่นสไตล์เกาหลี-ญี่ปุ่น (korea-japanise hair style) part 6

UPDATE! แบบทรงผมวัยรุ่นสไตล์เกาหลี-ญี่ปุ่น (korea-japanise hair style) part 6
ทรงผมยาวดัดปลาย
มาต่อกันที่ทรงผมสไตล์เกาหลีญี่ปุ่น part 6 ครับ วันนี้นำเสนอทรงผมยาวดันปลายครับ เป็นทรงผมที่ออกแนวดูดีไปอีกแบบหนึ่ง ทรงผมทรงนี้เหมาะกับสาวๆที่ชอบไว้ผมด้านหน้าครับ สาวๆ ท่านใดที่ชอบทำผมหน้าม้าก็คงหมดสิทธิ์ครับ ทรงผมนี้จะดัดลอนเน้นเฉพาะช่วงปลายผมและด้านข้างเท่านั้นครับ เหมาะกับสาวๆ รูปหน้าทุกๆ แบบ ถ้าทำสีผมด้วยจะดูเซ็กซี่เลยทีเดียวครับ สาวๆ คนไหนสนใจก็ลองทำดูนะครับ
clip_image002 clip_image002[4]
clip_image002[6]
ทรงผมประบ่าดัดลอนทั้งศีรษะ
มาต่อกันด้วยทรงผมประบ่าดัดลอนครับ ทรงผมทรงนี้ออกแนวเปรี้ยวๆ นิหน่อย แต่แอบซ่อนความหวานไว้ด้วย ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับการแต่งตัวและเสื้อผ้าด้วยนะครับ ทรงผมทรงนี้นะดัดลอนใหญ่ ซึ่งจะดัดทั่วทั้งศีรษะเลยครับ ถ้าสาวๆ คนไหนสนใจการดัดผมอยู่แล้วก็คงจะไม่พลาดทรงผมทรงนี้อย่างแน่นอน นอกจากจะเอาใจสาวๆ ที่ชอบดัดลอนแล้ว ทรงผมทรงนี้ยังสามารถใช้ได้กับสาวๆ รูปหน้าทุกๆ แบบด้วยครับ สาวๆ คนไหนสนใจก็สามารถนำไปตัดหรือไปลองดูกันได้เลยนะครับ
clip_image002[8] clip_image002[10]
clip_image002[12]
ทรงผมสั้นอินเทรนด์มากๆ
ต่อกันด้วยทรงผมสั้นอินเทรนด์ครับ ทรงผมนี้เป็นทรงที่สุดฮิตมากๆ ในตอนนี้เลยครับ วัยรุ่นไทยกำลังชอบตัดผมสั้นซึ่งทรงนี้ก็กำลังอยู่ในความสนใจครับทรงนี้ดูเบาสบายและดูคล่องตัวดี เหมาะกับสาวๆ ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ทรงผมสั้นนี้เหมาะกับสาวๆ ใบหน้ารูปไข่ รูปหัวใจ และหน้ารูปชมพู่ครับ ซึ่งโมเดลของเราก็จัดทำได้ดูดีเลยทีเดียว เสริมไฮไลท์สีผมนิดหน่อย ยิ่งทำให้ดูดีครับ สาวๆ คนไหนสนใจก็ลองทำดูนะครับ
clip_image002[14] clip_image002[16]
ทรงผมมัดเกล้าน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น
มาต่อกันด้วยทรงผมมัดเกล้าน่ารักในแบบของญี่ปุ่นครับ เป็นทรงผมมัดสไตล์ญี่ปุ่นที่ค่อนข้างจะน่ารักมากเลยครับ เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบความมีชีวิตชีวา น่ารักสดใส หรือสาวที่ชอบเปลี่ยนทรงผมบ่อยๆ ทรงผมทรงนี้เหมาะกับสาวๆ ทุกรูปหน้าครับ ส่วนโมเดลของเราจะทำสีผมสีน้ำตาลทอง ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ ส่วนสาวไทยคนไหนชอบแบบไหนก็ลองดีไซน์กันลองดูนะครับ
clip_image002[18] clip_image002[20]
ทรงผมสั้นมาใหม่
ว้าวๆ ไม่รีบอัพเดทไม่ได้แล้วครับ ทรงผมนี้เป็นทรงผมสั้นมาใหม่ เชื่อว่าในอนาคตจะอินเทรนด์และโกอินเตอร์แน่นอนครับ เป็นทรงผมที่ดูดีทะมัดทะแมงเหมาะกับสาวมั่น เป็นทรงผมสั้นที่ไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากนัก ทรงผมนี้แฝงไปด้วยความเป็นตัวของตัวเอง เหมาะกับสาวๆ รูปหน้าทุกๆ แบบ แต่ยกเว้นรูปหน้าเหลี่ยมครับดูจะไม่เหมาะซักเท่าไหร่ โมเดลของเราดูน่ารักสดใสมากเลยครับ ซึ่งเธอไม่ได้ทำสีผมดูเป็นธรรมชาติมากเลย สาวๆ คนไหนชอบทรงผมแนวนี้ก็ลองทำดูครับ
clip_image002[22] clip_image002[24]
clip_image002[26]

โพสอื่นๆ ที่ยังไม่ได้อ่าน